แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่

11

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม 

ตั้งอยู่ ณ ตำบลพระสิงห์  ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุด  ซึ่งสร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมาแห่งราชวงศ์มังราย และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานนานถึง80 ปี หน้าประตูทางเข้าวิหารมีบันไดนาคคู่เลื้อยงดงามตาและในวัดยังมีเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง เสาอินทขิลนี้สร้างจากไม้ซุงต้นใหญ่ฝังอยู่ใต้ดิน ประดิษฐานในวิหารจัตุรมุขทรงไทยและในทุกปีจะมีงานเข้าอินทขิลเพื่อเป็นการฉลองเสาหลักเมือง  หน้าประตูทางเข้ามีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง นาคคู่นี้เป็นฝมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิม เชื่อกันว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดในภาคเหนือ

 

13 

วัดพระสิงห์วรมหาวิหา

เป็นวัดที่พญาผายู ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา  มีพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งซึ่งจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปรอบเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำ นั่นคือ  พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อีกทั้งวัดนี้ได้ประดิษฐานพระธาตุประจำปีนักษัตรมะโรงอีกด้วย 

15

เวียงกุมกาม

เป็นเมืองโบราณที่เป็นเมืองหลวงเก่าของล้านนา ที่ถูกสร้างโดยพ่อขุนเม็งราย แต่เนื่องจากเกิดน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งในช่วงหน้าฝน ทำให้เมืองทั่งเมืองต้องอยู่ใต้บาดาล ทำให้พ่อขุนเม็งรายตัดสินใจ ย้านราชธานีไปสร้างเมืองใหม่ที่ตีนดอยสุเทพ พบซากโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่  วัดช้างค้ำ  วัดธาตุน้อย  วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย  วัดธาตุขาว  วัดพญาเม็งราย  วัดพระเจ้าองค์ดำ  วัดเจดีย์เหลี่ยม  วัดกู่ป้าต้อม  เป็นต้น ซึ่งพ่อขุนเม็งรายโปรดเกล้าฯให้สร้างเมืองนี้ขึ้น

 

16

วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร

ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2020 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ได้แก่  เจดีย์เจ็ดยอด ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ซึ่งมีฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ก็เช่นกันประดับงานปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนี่งขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงามน่าชม  นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญในพุทธประวัติ 7 แห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตรเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตนเจดีย์ และ มุจจลินทเจดีย์ ปัจจุบันสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่งเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์   รัตนฆรเจดีย์  มุจจลินทเจดีย์  วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ โปรดให้ประชุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่เพื่อชำระพระไตรปิฎก ใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงสำเร็จ นับเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และเป็นครั้งแรกของไทย และถือเป็นหลักปฏิบัติของพระสงฆ์ในล้านนา

17

พระธาตุดอยสุเทพราชวรมหาวิหาร

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2919 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการะบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปี มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องสามครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตรสามรอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้ากษัตริย์องค์ที่ 12 ได้ทรงโปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ

 18

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อ ว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา”  ดอยหลวง หมายถึง ภูเขาขนาดใหญ่ ส่วนดอยอ่างกา มีเรื่องเล่าว่าห่างจากดอยอินทนนท์ไป 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งบักษณะคล้าย ๆ อ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงอีกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่าดอยอ่างกา   ดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพาดผ่านประเทศ เนปาล ภูฏา พม่า และมาสิ้นสุดที่ดอยอินทนนท์แห่งนี้  วึ่งสิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงแต่เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศยังดี มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งยังเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง  บนยอดดอยมีทางสำหรับการเดินชมป่าดิบชื้น และสัตว์ป่านานาชนิด

 

 

By punparada